ข้อปฏิบัติเมื่อเวลาเมื่อฝนตก

โดย อะบูฮะนีฟ รอมฎอน


1. กล่าวดุอาอ์ขณะที่เกิดลมแรง เมฆครึ้ม[1]

มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ภรรยาของท่านนะบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นางได้เล่าว่า :


كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا عَصَفَتِ الرِّيحُ، قَالَ: اللهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا، وَخَيْرَ مَا فِيهَا، وَخَيْرَ مَا أُرْسِلَتْ بِهِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا، وَشَرِّ مَا فِيهَا، وَشَرِّ مَا أُرْسِلَتْ بِهِ» قَالَتْ: وَإِذَا تَخَيَّلَتِ السَّمَاءُ، تَغَيَّرَ لَوْنُهُ، وَخَرَجَ وَدَخَلَ، وَأَقْبَلَ وَأَدْبَرَ، فَإِذَا مَطَرَتْ، سُرِّيَ عَنْهُ، فَعَرَفْتُ ذَلِكَ فِي وَجْهِهِ، قَالَتْ عَائِشَةُ: فَسَأَلْتُهُ، فَقَالَ: لَعَلَّهُ، يَا عَائِشَةُ كَمَا قَالَ قَوْمُ عَادٍ: ﴿فَلَمَّا رَأَوْهُ عَارِضًا مُسْتَقْبِلَ أَوْدِيَتِهِمْ قَالُوا هَذَا عَارِضٌ مُمْطِرُنَا﴾ [الأحقاف: ٢٤]


ท่านนะบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เมื่อเกิดลมพายุ ท่านจะกล่าวว่า:โอ้อัลลอฮ์ อันที่จริงฉันขอต่อพระองค์จากสิ่งที่ดีของลมนี้ และสิ่งที่ดีของสิ่งที่มีอยู่ในลมนี้ และสิ่งที่ดีที่มันได้ถูกบัญชามา และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากความชั่วร้ายของลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่อยู่ในลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่มันถูกบัญชามา ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้เล่าต่อว่า : และเมื่อท้องฟ้าคล้ายกับจะมีฝนตก เริ่มมืดคลึ้ม ท่านนะบีย์เดินออก เดินเข้า หันหน้า หันหลัง และเมื่อฝนตกแล้ว ท่านหมดความวิตกกังวล ฉันรู้ได้ถึงสีหน้าของท่านนะบีย์ ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เล่าต่อว่า : ฉันได้ถามท่านนะบีย์ ท่านได้ตอบว่า : โอ้อาอิชะฮ์ บางทีมันจะเหมือนกับกลุ่มชนของอาดที่กล่าวว่า : “ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นเมฆทึบเคลื่อนมายังที่ราบลุ่มในหมู่บ้านของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า นี่คือเมฆที่จะให้น้ำฝนแก่เรา” [2]


อับดุลอะซีซ อิบนุ อับดุลลอฮ์ อัรรอญิฮีย์ ฮะฟิซะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า : ฮะดีษบทนี้ได้ส่งเสริมให้อ่านดุอาอ์นี้ ในขณะที่มีลมแรง เกิดพายุ :


«اللهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ خَيْرَهَا، وَخَيْرَ مَا فِيهَا، وَخَيْرَ مَا أُرْسِلَتْ بِهِ، وَأَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّهَا، وَشَرِّ مَا فِيهَا، وَشَرِّ مَا أُرْسِلَتْ بِهِ»

โอ้อัลลอฮ์ อันที่จริงฉันขอต่อพระองค์จากสิ่งที่ดีของลมนี้ และสิ่งที่ดีของสิ่งที่มีอยู่ในลมนี้ และสิ่งที่ดีที่มันได้ถูกบัญชามา และฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากความชั่วร้ายของลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่อยู่ในลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่มันถูกบัญชามา


และในฮะดีษบทนี้ : ความจริงแล้งฝนนั้นคือความเมตตาจากอัลลอฮ์ ตะอาลา อัลลอฮ์จะให้บ่าวของพระองค์ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้รับมัน[3]


2. ไม่ตำหนิ ด่าทอลมฝน


มีรายงานจากอุบัยย์ อิบนุ กะอบ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านเราะซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :


لَا تَسُبُّوا الرِّيحَ فَإِذَا رَأَيْتُمْ مَا تَكْرَهُونَ فَقُولُوا اللَّهُمَّ إِنَّا نَسْأَلُكَ مِنْ خَيْرِ هَذِهِ الرِّيحِ وَخَيْرِ مَا فِيهَا وَخَيْرِ مَا أُمِرَتْ بِهِ وَنَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ هَذِهِ الرِّيحِ وَشَرِّ مَا فِيهَا وَشَرِّ مَا أُمِرَتْ بِهِ


พวกท่านทั้งหลายอย่าได้ด่าว่าลม ดังนั้นเมื่อพวกท่านเห็นสิ่งที่น่าเกลียด (น่ากลัว) ให้พวกท่านทั้งหลายได้กล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ อันที่จริงเราขอต่อพระองค์จากสิ่งที่ดีของลมนี้ และสิ่งที่ดีของสิ่งที่มีอยู่ในลมนี้ และสิ่งที่ดีที่มันได้ถูกบัญชามา และเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ จากความชั่วร้ายของลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่อยู่ในลมนี้ และความชั่วร้ายของสิ่งที่มันถูกบัญชามา[4]


ประโยคที่ว่า ดังนั้นเมื่อพวกท่านเห็นสิ่งที่น่าเกลียด คือ : ลม ที่พวกท่านรังเกียจมัน มันมีความร้อนอย่างรุนแรง หรือความหนาวเย็นอย่างรุนแรง หรือสร้างความอันตรายให้พวกท่านโดยเป็นลมกรรโชกอย่างรุนแรง[5]


ศอเลียห์ อัลเฟาซาน ได้กล่าวว่า : เนื่องจากลมมันพัดตามบัญชาใช้เเละการบริการจัดการของพระองค์ เพราะพระองค์คือผู้ทรงบังเกิดมันขึ้นมา เเละทรงบัญชาใช้แก่มัน ฉะนั้นการด่ามันนั้น ก็เป็นการด่าผู้ทรงจัดการมัน นั่นคืออัลลอฮ์ ตะอาลา[6]


มีรายงานจากอะบูฮุรอยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า


الرِّيحُ مِنْ رَوحِ اللهِ، تَأتِي بِالرَّحْمَةِ، وَتَأتِي بِالعَذَابِ، فَإذَا رَأَيتُمُوهَا فَلاَ تَسُبُّوهَا، وَسَلُوا اللهَ خَيْرَهَا، وَاسْتَعِيذُوا باللهِ مِنْ شَرِّهَا


ลมมาจากความเมตตาของอัลลอฮ์ ลมจะนำมาทั้งความเมตตาและการลงโทษ ฉะนั้นแล้วเมื่อพวกท่านเห็นลม ท่านทั้งหลายอย่าด่าลม แต่ให้ขอสิ่งที่ดีของมันจากอัลลอฮ์ และพวกท่านทั้งหลายจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากสิ่งที่ชั่วร้ายของมัน[7]


“ลมจะนำมาทั้งความเมตตาและการลงโทษ” ความหมายคือ บางครั้งลมมาจากความเมตตา เมื่อมันได้นำฝนมาตกในช่วงแห้งแล้ง หรือลมพัดโชยมาในช่วงเวลาที่อากาศร้อนมาก และเช่นเดียวกัน บางครั้งลมก็เป็นการลงโทษ โดยการพัดทำลายบ้านเรือน และอาคาร พัดฝุ่นกระจัดกระจาย พัดกระหน่ำใส่ต้นไม้โค่นล้ม และพัดให้ก้อนเมฆกระจัดกระจายจนไม่เกิดฝนตก และอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน[8]


“ท่านทั้งหลายอย่าด่าลม” ความหมายคือ ท่านนะบีย์ได้ห้ามการด่าลม เพราะลมคือหนึ่งในสัญญาณต่าง ๆ ในการสร้างของอัลลอฮ์ ตะอาลา พระองค์ทรงตรัสว่า :

وَمِنْ آيَاتِهِ أَنْ يُرْسِلَ الرِّيَاحَ مُبَشِّرَاتٍ

และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ พระองค์ทรงส่งลมเป็นการแจ้งข่าวดีทั้งหลาย[9]


อัชชาฟิอีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า : ไม่สมควรที่ใครคนใดจะด่าลม เพราะลมนั้น อัลลอฮ์ทรงสร้างมันมาให้เป็นสิ่งที่ถูกเชื่อฟัง และเป็นหนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่อัลลอฮ์ใช้จัดการกับกับกลุ่มชนที่ฝ่าฝืน อัลลอฮ์ทรงทำให้มันเป็นความเมตตาและการลงโทษที่รุนแรงเมื่อพระองค์ทรงประสงค์[10]


แต่ทว่าท่านนะบีย์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงใช้เราให้ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์ ตะอาลาในความดีของลม และขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ ตะอาลา จากความชั่วของลม[11]


3. กล่าวดุอาอ์เมื่อเห็นฝนตก[12]


มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า : อันที่จริงเมื่อท่านเราะซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เห็นฝนตก ท่านก็จะกล่าวว่า :


اللَّهُمَّ صَيِّباً نَافِعاً


คำอ่าน : อัลลอฮุมม่า ศ็อยยิบัน นาฟิอัน


โอ้อัลลอฮฺ ขอให้เป็นฝนที่มีประโยชน์[13]


อับดุลลอฮ์ อาลบัสซาม ได้อธิบายว่า : ส่งเสริมให้กล่าวดุอาอ์นี้ในขณะที่ฝนตก[14]


4. ขอดุอาอ์ในขณะฝนตก


มีรายงานจากซะฮล์ อิบนุ ซะอด์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านเราะซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :


وَتَحْتَ المَطَرِ


(การขอดุอาอ์จะไม่ถูกปฏิเสธ) และการขอดุอาอ์ในขณะที่ฝนกำลังตก[15]


5. ให้ร่างกายโดนน้ำฝนในช่วงเริ่มตก

มีรายงานจากท่านอะนัสว่า :


أَصَابَنَا وَنَحْنُ مَعَ رَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَطَرٌ، قَالَ: فَحَسَرَ رَسُولُاللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ثَوْبَهُ، حَتَّى أَصَابَهُ مِنَ الْمَطَرِ، فَقُلْنَا: يَا رَسُولَ اللهِلِمَ صَنَعْتَ هَذَا؟ قَالَ: «لِأَنَّهُ حَدِيثُ عَهْدٍ بِرَبِّهِ تَعَالَى»


พวกเราเคยอยู่ร่วมกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอนที่ฝนตก ท่านอะนัสเล่าว่า : ดังนั้นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้เปิดแขนเสื้อขึ้น จนร่างกายได้โดนฝน ดังนั้นพวกเราจึงถามว่า : โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ที่ท่านแบบนี้เพราะอะไร ? ท่านเราะซูลตอบว่า : เพราะฝนคือความเมตตาที่มาจากอัลลอฮ์ ตะอาลา[16]

อันนะวาวีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า : ความหมายก็คือ ความจริงแล้วน้ำฝน คือความโปรดปราน มันคือความโปรดปรานที่เกิดขึ้นกับบ่าวของอัลลอฮ์ที่ได้รับมัน ดังนั้นให้เขารับความจำเริญจากมัน และในฮะดีษบทนี้เป็นหลักฐานสำหรับมัซฮับเราว่า ส่งเสริมให้เปิดเผยร่างกายที่ไม่ใช่เอาเราะฮ์ให้ได้รับน้ำฝนเมื่อตอนช่วงที่เริ่มตก [17]

ซัยด์ อิบนุ มูฮัมหมัด อิบนุ ฮาดีย์ อัลมัดเคาะลี เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า : ส่งเสริมให้เปิดเผยบางส่วนของร่างกาย เช่น หน้าแข้งทั้งสอง ข้อศอกทั้งสอง หรือส่วนอื่น ๆ โดยไม่ใช่ร่างกายที่เป็นเอาเราะฮ์ โดยให้โดนน้ำฝนตอนที่เริ่มตก ดังเช่นที่ท่านนะบีย์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กระทำ [18]

อับดุลอะซีซ อิบนุ อับดุลลอฮ์ อัรรอญิฮีย์ ฮะฟิซะฮุลลอฮ์ ได้อธิบายว่า : ฮะดีษบทนี้ได้อธิบายถึงบทบัญญัติให้เปิดเผยร่างกายบางส่วนเพื่อให้โดนน้ำฝน ซึ่งเป็นการกระทำของท่านนะบีย์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม[19]


6. กล่าวดุอาอ์ในขณะที่ได้ยินฟ้าร้อง[20]


ปรากฏว่าอับดุลลอฮ์ อิบนุ อัซซุบัยร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา นั้น เมื่อได้ยินฟ้าร้อง ท่านจะไม่พูด และกล่าวว่า :


سُبْحَانَ الَّذِي يُسَبِّحُ الرَّعْدُ بِحَمْدِهِ وَالْمَلاَئِكةُ مِنْ خِيفَتِهِ


คำอ่าน : ซุบฮานัลละซี ยุซับบิฮุรเราะอฺดุ บิฮัมดิฮี วัลมะลาอิกะตุ มินคียฺฟะติฮี

มหาบริสุทธิ์ ผู้ที่ฟ้าร้องและมะลาอิกะฮ์ยอมรับในความบริสุทธิ์ของพระองค์ และพร้อมด้วยการสรรเสริญพระองค์ เนื่องจากความเกรงกลัวพระองค์ [21]


ความหมายคือ เมื่อท่านนะบีย์ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ท่านจะเลิกคุยกับคนอื่น และท่านก็จะอ่านดุอาอ์นี้ [22]


7. กล่าวดุอาอ์เมื่อฝนตกหนักและเกรงว่าจะเป็นอันตราย[23]


เมื่อฝนตกหนักและเกรงว่าจะเป็นอันตราย ให้กล่าวดุอาอ์ว่า :


اللَّهُمَّ حَوَالَينَا وَلاَ عَلَينَا، اللَّهُمَّ عَلَى الآكَامِ وَالظِّرَابِ، وَبُطُونِ الْأَوْدِيَةِ، وَمَنَابِتِ الشَّجَرِ


คำอ่าน : อัลลอฮุมม่า ฮะวาลัยนา วะลาอะลัยนา อัลลอฮุมม่า อะลัลอากามิ วัซซิรอบิ วะบุตูนิลเอาดิยะติ


โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงให้ฝนตกบริเวณรอบ ๆ พวกข้าพระองค์ด้วยเถิด อย่าให้มันตก (สร้างความเสียหาย) ลงบนพวกข้าพระองค์เลย โอ้อัลลอฮ์ โปรดทรงให้มันตกลงบนเนินสูง ๆ และบนลำธารระหว่างช่องเขา และบรรดาที่งอกเงยของต้นไม้ [24]


8. กล่าวดุอาอ์หลังฝนตก[25]


เมื่อฝนหยุดตกแล้วก็ให้กล่าวดุอาอ์นี้


مُطِرْنَا بِفَضْلِ اللَّهِ وَرَحْمَتِهِ


คำอ่าน : มุฏิรนา บิฟัฎลิลลาฮิ วะเราะหฺมะติฮี


เราได้รับน้ำฝนด้วยความโปรดปรานของอัลลอฮ์และความเมตตาของพระองค์[26]


[1] อัลเกาะห์ฏอนีย์ , ฮิศนุลมุสลิมมินอัซการิลกิตาบวัสซุนนะฮ์ , มักตะบะฮ์มาลิกฟะฮัด , ริยาฎ , พิมพ์ครั้งที่ : (39) , ฮ.ศ.1433-ค.ศ.2012 , หน้าที่ : (104) [2] มุสลิม , กิตาบเศาะลาตุลอิสติสกออ์ , เลขฮะดีษ : (899) นะซาอีย์ , อะมะลุลเยามิวัลลัยล์ , เลขฮะดีษ : (940). [3] อัรรอญิฮีย์ , เตาฟีกุรรอบบิลมุนอิม บิชัรห์เศาะเฮียห์อิหมามมุสลิม , มัรกัซอัรรอญิฮีย์ , อัรรียาฎ , พิมพ์ครั้งที่ 1 , ฮ.ศ.1439-ค.ศ.2018 , เล่มที่ : (2) หน้าที่ : (662). [4] ติรมีซีย์ , กิตาบุลฟิตัน , เลขฮะดีษ : (2252) อะหมัด , ฮะดีษอะบีมุนซิร อุบัยย์ อิบนุ กะอบ์ , เลขฮะดีษ : (21138) บุคอรีย์ , อัลอะดับอัลมุฟรอด , เลขฮะดีษ : (719) นะซาอีย์ , อะมะลุลเยามิวัลลัยล์ , เลขฮะดีษ : (933). [5] อัลมุบารอกฟูรีย์ , ตุห์ฟะตุลอะห์วะซีย์ , ดารุลฮะดีษ , ไคโร , ฮ.ศ.1421-ค.ศ.2001 , พิมพ์ครั้งที่ 1 , เล่มที่ : (6) หน้าที่ : (125). [6] อัลเฟาซาน , อัลอิรชาดอิลาเศาะฮีฮิลเอียะอ์ติกอด , ดารอิบนุลเญาซีย์ , รียาฎ , พิมพ์ครั้งที่ : 4 , ฮ.ศ.1436 , หน้าที่ : (122) [7] อะบูดาวุด , กิตาบอับวาบุลเนาม์ , เลขฮะดีษที่ : (5097) อิบนุมาญะฮ์ : (3727) อัลบะเฆาะวีย์ , ชัรฮุสซุนนะฮ์ , เลขฮะดีษที่ : (1153) บุคอรีย์ , อัลอะดับอัลมุฟรอด , เลขฮะดีษ : (720) , (906) นะซาอีย์ อะมะลุลเยามิวัลลัยล์ : (931) บัยฮากีย์ , อัลอัสมาอ์วัศศิฟาต , เลขฮะดีษ : (969) [8] มัจญดีย์ อิบนุ อับดุลวะฮาบ อะหมัด , ชัรห์ฮิศนุลมุสลิม มินอัซการิลกิตาบวัสซุนนะฮ์ , ดร.ซะอีด อัลเกาะห์ฏอนีย์ ตรวจทาน , มักตะบะฮ์มาลิก ฟะฮัด , รียาฎ , พิมพ์ครั้งที่ 5 , ฮ.ศ.1433 , หน้าที่ : (254). [9] ซูเราะฮ์ อัรรูม , 30 : 46. [10] มัจญดีย์ อิบนุ อับดุลวะฮาบ อะหมัด , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (254-255). [11] เล่มเดียวกัน , หน้าที่ : 255. [12] อัลเกาะห์ฏอนีย์ , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (106) [13] บุคอรีย์ , กิตาบอับวาบุลอิสติสกออ์ , เลขฮะดีษ : (1032) , อะหมัด , มุสนัดอาอิชะฮ์ , เลขฮะดีษ : (24144) อัลบะเฆาะวีย์ , ชัรฮุสซุนนะฮ์ , เลขฮะดีษ : (1151). [14] อับดุลลอฮ์ อาลบัสซาม , เตาฎีฮุลอะห์กามมินบุลูฆิลมะรอม , ญันนะตุลอัฟการ , อิสกันดะรีย์ , พิมพ์ครั้งที่ 2 , ฮ.ศ.1432-ค.ศ.2011 , เล่มที่ : (2) , หน้าที่ : (273). [15] อัลฮากิม , อัลมุสตัดรอค , เลขฮะดีษ : (2534) ฏอบรอนีย์ , มัวอ์ญัมอัลกะบีร , เลขฮะดีษ : (5756). [16] มุสลิม , กิตาบเศาะลาตุลอิสติสกออ์ , เลขฮะดีษ : (898) บุคอรีย์ , อัลอะดับอัลมุฟรอด , เลขฮะดีษ : (571). [17] อันนะวะวีย์ , ชัรห์เศาะเฮียฮ์มุสลิม , ดารุลมันฮัลนาชิรูน , ดิมชัก , พิมพ์ครั้งที่ 1 , ฮ.ศ.1431-ค.ศ.2010 , เล่มที่ : (6) , หน้าที่ : (224). [18] ซัยด์ อิบนุ ฮาดีย์ อัลมัดเคาะลี , เอานุลอะฮะดิศเศาะมัด ชัรห์อะดับอัลมุฟรอด , ดารุลมีรอษุนนะบะวีย์ , ไคโร , พิมพ์ครั้งที่ 2 , ฮ.ศ.1436-ค.ศ.2015 , เล่มที่ : (2) , หน้าที่ : (181) [19] อัรรอญิฮีย์ , ฮ.ศ.1439-ค.ศ.2018 , แหล่งเดิม , เล่มที่ : (2) หน้าที่ : (660). [20] อัลเกาะห์ฏอนีย์ , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (105) [21] มาลิก , อัลมุวัฏเฏาะฮ์ , กิตาบุลกะลาม , เลขฮะดีษ : (26) บุคอรีย์ , อัลอะดับอัลมุฟรอด , เลขฮะดีษ : (723) [22] มัจญดีย์ อิบนุ อับดุลวะฮาบ อะหมัด , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (256). [23] อัลเกาะห์ฏอนีย์ , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (107) [24] บุคอรีย์ , กิตาบุลญุมุอะฮ์ , เลขฮะดีษ : (933) มุสลิม , กิตาบเศาะลาตุลอิสติสกออ์ , เลขฮะดีษ : (897) อิบนุมาญะฮ์ , กิตาบอิกอมะตุศเศาะลาฮ์วะซุนะนุฮา , เลขฮะดีษ : (1269) นะซาอีย์ , กิตาบุลอิสติสกออ์ , เลขฮะดีษที่ : (1517) อัลบะเฆาะวีย์ , ชัรฮุสซุนนะฮ์ , เลขฮะดีษที่ : (1166) [25] อัลเกาะห์ฏอนีย์ , แหล่งเดิม , หน้าที่ : (106) [26] บุคอรีย์ , กิตาบุลอะษาน , เลขฮะดีษที่ : (846) มุสลิม , กิตาบุลอีหมาน , เลขฮะดีษที่ : (71) อะบูดาวุด , กิตาบุฏฏิบ , เลขฮะดีษ : (3906) อัลบะเฆาะวีย์ , ชัรฮุสซุนนะฮ์ , เลขฮะดีษที่ : (1169)



ดู 6 ครั้ง

© 2020 เผยแพร่โดย เว็บไซต์วะเราะษะตุสซุนนะฮ์